(พระธาตุหริภุญไชย)
 
 
พระรอดกรุวัดมหาวัน
          
           มาลัยเมืองเลื่องล้ำ                 ลำภูญ----ชัยเฮย
           พุทธภาคอัครไอศูรย์               โศลกอ้าง
           ปกป้องอีกอนุกูล                      การยาต----ราพ่อ
           นามรอด , ปรอดวินาศศร้าง     รอดแคล้วคืนสถาน
                             
                                (ผู้แต่ง อ.ตรียัมปวาย)
 
      
       พระรอดกรุวัดมหาวันลำพูน   เป็นพระเครื่องฯที่อยู่ในชุดเบญจภาคี และมีอายุเก่าแก่ที่สุดในพระชุดนี้ มีบางท่านกำหนดอายุของพระรอดไว้แตกต่างกัน ซึ่งเรื่องของโบราณคดีนั้นละเอียดอ่อนมาก ต้องศึกษาอย่างละเอียด ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ พงศาวดารและศิลปะ เราคงจะไม่พูดถึงเรื่องนี้มากนัก เพราะถึงอย่างไรพระรอดกรุนี้ก็มีอายุมากที่สุดในพระชุดเบญจภาคี
 
 
 
 
 
(พระรอด)
 
         
         เรามาพูดถึงกำเนิดของเมืองหริภุญชัยที่พบพระรอดและวัดที่พบพระรอดกันดีกว่า  ซึ่งผมจะไม่พูดถึงปี พ.ศ. เนื่องจากอาจจะมีความขัดแย้งกันอยู่ เอาเฉพาะเรื่องพงศาวดารโยนก ชินกาลมาลินี และจามเทวีวงษ์ ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า มีฤาษีอยู่ 5 ตน ที่มีความเกี่ยวพันกับเมืองๆนี้อยู่
      
1. สุเทวฤาษี พำนักอยู่ ณ อุฉุบรรพต   คือดอยอ้อม หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “ดอยสุเทพ” ตามชื่อพระฤาษี
           
2. สุกกทันตฤาษี  อยู่ที่ ดอยธัมมิก เมืองละโว้ คือเขาสมอคอน
               
3. สุพรหมฤาษี พำนักอยู่ที่   สุภบรรพต(ดอยงาม) ริมฝั่งน้ำวังกะนที คือแม่น้ำวัง จังหวัดลำปาง
              
4. สุมณนารทะฤาษี   พระฤาษีตนนี้นับว่าสำคัญที่สุดพำนักอยู่ที่  ดอยอินทนน
                
5. อนุสิษฏฤาษี  พำนักอยู่ที่เขาหลวง สวรรคโลก
            
              พระฤาษี  4  ตนแรกได้ปรึกษาหารือกันว่าจะสร้างเมืองๆหนึ่งขึ้นมา โดยให้ไปขอผังเมืองจาก อนุสิษฏฤาษี ซึ่งอนุสิษฏฤาษีก็ได้ส่งกาบหอย ซึ่งมีลักษณะเป็นวงรูปไข่ (เมืองที่มีอายุการสร้างก่อนสมัยขอมจะเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้นั้นจะมีสันฐานเช่นนี้ เช่นเมืองในสมัยอาณาจักรทวารวดีเป็นต้น เนื่องจากขอมเป็นชาติแรกในสุวรรณภูมิที่ออกแบบผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม) พระฤาษีจึงตกลงกันว่าจะสร้างผังเมืองตามนั้น โดยพระสุเทวฤาษีได้ปักไม้เท้าลงให้เป็นศูนย์กลางของพระนคร อยู่ตรงคณะสะดือเมือง ของวัดพระบรมธาตุฯ แล้วก็สร้างเมืองตามรูปแบบ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า เมืองลำพูนเก่า หรือเมืองหริภุญชัยนั้นมีรูปทรงสัณฐานเป็นรูปไข่แบบนี้
         
           เมื่อสร้างหริภุญชัยนครเสร็จแล้ว   เหล่าฤาษีจึงให้ควิยะบุรุษ ไปเป็นทูตทูลขอพระนางจามเทวี พระราชธิดาพระเจ้ากรุงละวะปุระ (เมืองละโว้ หรือ ลพบุรี ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเมืองก่อนที่ขอมจะมีอำนาจปกครอง) มาครองเมืองซึ่งพระฤาษี 4 ตนได้ปรึกษากันดีแล้ว เห็นว่า พระนางจามเทวี เป็นกุลสตรีอันประเสริฐ เจริญด้วยศีลและปรีชาฉลาด พระเจ้ากรุงละวะปุระทรงถามความสมัครพระทัยของพระธิดา ซึ่งพระองค์ก็ทรงสนองพระราชโองการขนะนั้นพระนางทรงพระครรภ์ได้ 3 เดือน
          
          พระนางจามเทวีเสด็จออกจากกรุงละวะปุระ โดยพระนางทูลขอพระราชทาน พระไตรปิฎก สมณชี – พราหมณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ โหราจารย์ แพทย์ สถาปัตยกร นักประติมากรรม และเศรษฐีวานิช อย่างละ 55 คน พร้อมด้วยเครื่องราชูปโภค บริวารหมู่โยธาพลากร พร้อมด้วยพาหนะครบถ้วน เสด็จขึ้นไปตามแม่น้ำปิง ผ่านเมืองต่างๆ เช่น เมืองบางประบาง (ปากบาง) เมืองคันธิกะ (ชัยนาท) เมืองปุรัฏธะ(นครสวรรค์) เมืองบุราณะ(ท่าเฉลียง) บ้านตาก (ตาก) จามเหงา (สามเงา) และดอยเต่า เป็นต้น ทรงใช้เวลาเดินทางถึง 7 เดือน ครั้นเมื่อสุเทวฤาษีทราบข่าวพระนางเสด็จมาถึง ก็ป่าวร้องชาวเมืองออกมารับเสด็จพระนางเข้าพระนคร พระนางทรงกระทำพระราชาพิธีราชาภิเษกได้ 7 วัน ก็ทรงประสูติพระราชโอรสฝาแฝด
 
           เมื่อพระนางจามเทวีได้มาครองเมืองหริภุญชัยแล้ว    ก็ทรงสร้างจตุรพุทธปราการขึ้น ซึ่งตรงนี้แหละจะมีความเกี่ยวพันกับพระเครื่องสกุลลำพูนที่เรานิยมเล่นหากัน คือ
 
 
 
 
 
(วัดพระคง)
      
           อาพัทธาราม   (วัดพระคง)   เป็นพุทธปราการประจำฝ่ายทิศเหนือ ณ วัดแห่งนี้ที่พบพระเครื่องฯ ที่โด่งดังและรู้จักกันดีคือพระคง ฯลฯ
 
 
 
 
 
 
(วัดดอนแก้ว)
      
           อรัญญิกรัมมการาม  (วัดดอนแก้ว)  เป็นพระพุทธปราการปกป้องฝ่ายทิศตะวันออก และพระเครื่องที่พบและเป็นที่รู้จักกันดีคือ พระบังหรือพระบาง ฯลฯ
 
 
 
 
 
(วัดประตูลี้)
      
              มหาสัตตาราม   (วัดประตูลี้)  เป็นพระพุทธปราการอารักขาทางทิศใต้ของพระนคร พระเครื่องที่พบและโดดเด่นก็คือพระเลี่ยง ฯลฯ
 
 
 
 
 
(วัดมหาวัน)
  
           มหาวนาราม (วัดมหาวัน) เป็นพระพุทธปราการอารักขาทางทิศตะวันตก พบพระเครื่องที่สำคัญของเรื่องคือพระรอด ฯลฯ
   
          ที่กล่าวอารัมภบทมานั้น  ก็เพื่อที่จะให้ท่านได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาของ หริภุญชัยนคร และวัดที่เกี่ยวข้องกับพระรอดที่เราจะพูดถึงกัน
 
 
ภาพโดย www.oknation.net , www.thaiza.com , www.comingthailand.com , www.uaengdoi.org
 
 
 
 
เปิดอ่าน : 9789 ครั้ง
ลงเมื่อ : 6 ก.ค. 55 | 12:50 น.
 
สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย (Thai Buddha Image Admiration Association)
69/21 ชั้น 3 ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงค์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร. 02952-5529, 02952-7898 แฟกซ์. 02952-5490
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย © copyright 2012 Thai Buddha Image Admiration Association., Allrights reserved.